Skip to main content

ผลสำรวจอาหารสัตว์ทั่วโลกจากออลเทคประจำปี 2562 ประเมินผลผลิตทั่วโลกเพิ่มขึ้น 3% เป็น 1.103 พันล้านตัน

ผลสำรวจประจำปีครั้งที่ 8 นี้ได้จากการรวบรวมข้อมูลจาก144 ประเทศ 30,000 โรงงานผลิตอาหารสัตว์ พบว่า 8 ประเทศผู้นำในการผลิตอาหารสัตว์มีสัดส่วนถึง 55% ของปริมาณการผลิตอาหารสัตว์ทั่วโลก  โดยประเทศจีน, อินเดียและญี่ปุ่นมีสัดส่วนกว่า 36% ของปริมาณอาหารสัตว์โลก  ทั้งนี้ประเทศจีนยังรักษาตำแหน่งผู้นำการผลิตอาหารสัตว์

 

[เมืองเล็กซิงตัน, รัฐเคนตั๊กกี้] – ผลสำรวจอาหารสัตว์ทั่วโลกจากออลเทคประจำปี 2562 หรือ 2019 Alltech Global Feed Survey ประเมินผลสำรวจอาหารสัตว์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 3% เป็น 1.103 พันล้านตันในปี 2561 นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ปริมาณการผลิตอาหารสัตว์เกินกว่า 1 พันล้านตัน ผลสำรวจประจำปีครั้งที่ 8 นี้รวบรวมข้อมูลสำรวจจาก 144 ประเทศ กว่า 30,000 โรงงานผลิตอาหารสัตว์ เห็นได้ชัดว่าอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์เติบโตขึ้นกว่า 14.6% ภายใน 5 ปีที่ผ่านมาหรือเติบโตประมาณ 2.76% ต่อปีโดยเฉลี่ย เนื่องด้วยการเพิ่มขึ้นของประชากร โดยเฉพาะชนชั้นกลางที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมากในปริมาณการบริโภคโปรตีนโดยรวม

ผู้นำด้านการผลิตทั้ง 8 ประเทศ ได้แก่ จีน, สหรัฐอเมริกา, บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย, เม็กซิโก, สเปนและตุรกี รวมแล้วคิดเป็น 55% ของปริมาณการผลิตอาหารสัตว์ทั่วโลกและคิดเป็นสัดส่วน 59% ของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ทั่วโลก ทั้งนี้สามารถใช้ประเทศเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ถึงเทรนด์ในอุตสาหกรรมเกษตร สปีซี่ส์ที่ธุรกิจอาหารสัตว์เติบโตอย่างเด่นชัดในปีที่แล้วได้แก่ไก่ไข่ ไก่เนื้อและโคนม

 “ออลเทคทำงานร่วมกับโรงผลิตอาหารสัตว์ โรงงานและหน่วยงานรัฐบาลทั่วโลกเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเพื่อประเมินปริมาณการผลิตอาหารสัตว์ในแต่ละปีดร. มาร์ค ไลออนส์ประธานและผู้บริหารบริษัทออลเทค คอร์ปอเรชั่น จำกัดกล่าว เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในการนำเสนอผลสำรวจปริมาณอาหารสัตว์ประจำปีครั้งที่ 8 และแบ่งปันข้อมูลสู่สาธารณชนเพื่อให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ซึ่งเรามุ่งมั่นสรรหาและพัฒนาอุตสาหกรรมนี้

ผลสำรวจอาหารสัตว์ทั่วโลกของบริษัทออลเทคฯ ประกอบด้วยปริมาณการผลิตอาหารและราคาซึ่งได้จากการเก็บข้อมูลจากทีมขายของออลเทคทั่วโลกและความร่วมมือจากสมาคมอาหารสัตว์ท้องถิ่นในไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 ผลสำรวจนี้เป็นเพียงข้อมูลประมาณการณ์เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลในการสร้างข้อกำหนด การตัดสินใจและเพื่อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการต่างๆ ในอุตสาหกรรม

 

ผลสำรวจอาหารสัตว์ทั่วโลกจากออลเทคประจำปี 2562 ในแต่ละทวีป:

 

  • อเมริกาเหนือ : พบว่ามีการเติบโตคงที่จากปีก่อนที่ 2%  เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมใน สปีชี่ส์หลักๆ ได้แก่ โคเนื้อและไก่เนื้อ ซึ่งมีการเติบโตเพิ่มขึ้นที่ 3% ในแต่ละสปีชี่ส์  ประเทศสหรัฐอเมริการักษาตำแหน่งของการเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศจีน  ราคาของอาหารสัตว์ในทวีปอเมริกาเหนือเป็นราคาที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับราคาทั่วโลกในทุกๆ สปีชี่ส์  เนื่องด้วยความพร้อมในเรื่องของที่ดิน  แหล่งน้ำและทรัพยากรอื่นๆ ทำให้เป็นที่คาดการณ์ว่าประเทศนี้จะยังคงเป็นผู้นำด้านการผลิตอาหารสัตว์ต่อไป

 

 

  • ละตินอเมริกา : นับเป็นประเทศที่ค่อนข้างเงียบในปีนี้ ประเทศบราซิลยังคงเป็นประเทศผู้นำทางด้านการผลิตอาหารสัตว์ในทวีปนี้และถือเป็นอันดับที่ 3 ของโลก  ประเทศบราซิล เม็กซิโกและอาร์เจนตินายังคงเป็นประเทศหลักๆ ในการผลิตอาหารสัตว์ในทวีปละตินอเมริกาด้วยสัดส่วนถึง 76% ของการผลิตในทวีปนี้  การผลิตในประเทศบราซิลค่อนข้างคงที่  ในขณะที่ประเทศเม็กซิโกและอาร์เจนตินามีการเพิ่มขึ้นที่ 1% และ 4% ตามลำดับ  ส่วนการผลิตในประเทศโคลัมเบียเติบโตขึ้นประมาณ 8% เนื่องด้วยการเติบโตของเนื้อหมูและไข่ไก่
    ในหลายประเทศพบการลดลงของการผลิตอาหารสัตว์ เช่น ประเทศเวเนซูเอลา (-27%), ประเทศเอล ซาลวาดอร์ (-16%) และประเทศชิลี (-8%)
  • ยุโรป : มีการเติบโตของการผลิตอาหารสัตว์โดยรวมกว่า 4% จากปีที่ผ่านมา ทำให้ภูมิภาคนี้มีการเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นอันดับที่ 2 จากผลการสำรวจ โดยที่การเติบโตในไก่ไข่ (7%), ไก่เนื้อ (5%), สัตว์น้ำ (5%), โคนม (4%) และสุกร (3%) ทั้งนี้โคเนื้อนับเป็นสปีชี่ส์เดียวที่การเติบโตลดลงที่ต่ำกว่า 1% โดยส่วนมากแล้วการเติบโตเป็นผลจากประเทศเล็กๆ ทั้งหลาย เช่น ประเทศเติร์กเมนิสถาน, มาซิโดเนีย, อาร์เซอร์ไบจาน, มอนเตเนโกร, คาซัคสถานและอุซเบกีสถาน ซึ่งพบการเติบโตได้กว่า 20% โดยประมาณหรือมากกว่าจากผลผลิตโดยรวม  นอกจากนี้ประเทศที่มีการผลิตที่ระดับมากกว่าเช่น ประเทศรัสเซีย, สเปนและตุรกีมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนและส่งผลให้ปริมาณการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นนั่นเอง
     

 

  • เอเชียแปซิฟิก : ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนับเป็นภูมิภาคหลักของประเทศที่เป็นผู้นำด้านการผลิตอาหารสัตว์ 10 อันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 36% จากปริมาณตันอาหารสัตว์ทั่วโลก  ประเทศจีนยังคงตำแหน่งประเทศที่มีการผลิตอาหารสัตว์มากที่สุดในโลกด้วยปริมาณ 187.89 ล้านตัน หรือมากกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา 10 ล้านตัน  ปริมาณการผลิตอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนี้พบว่า 13% มาจากอุตสาหกรรมโคนม ไก่ไข่และไก่เนื้อในประเทศอินเดียที่เติบโตขึ้น  สำหรับประเทศอื่นๆ มีการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญรวมถึงประเทศปากีสถาน, พม่าและลาว  ในส่วนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่ามีการผลิตอาหารสัตว์เป็นสัดส่วนถึง 20% ของการผลิตทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  โดยที่ประเทศอินโดนีเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์และไทยผลิตได้ถึง 93% ของปริมาณการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

  • แอฟริกา : ทวีปแอฟริกามีการเติบโตที่ชัดเจนที่ 5% จากภาพรวมการผลิตอาหารสัตว์ทั้งหมด และน่าสนใจที่ไม่มีประเทศไหนในทวีปนี้ที่มีผลการผลิตลดลงเลย ประเทศโมรอคโคมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมโคนม โคเนื้อ ไข่ไก่ ไข่เนื้อและไก่งวง  ส่วนสปีชี่ส์ที่พบการลดลงได้แก่ ม้า (-4%), และสัตว์เลี้ยง (-14%) ซึ่งทั้งสองอุตสาหกรรมนี้เป็นเพียงตลาดส่วนน้อยของอาหารสัตว์ทั้งหมดในแอฟริกา ดังนั้นจึงมีผลกระทบน้อยมาก  สปีชี่ส์หลักๆ ในทวีปนี้คือ สัตว์เคี้ยวเอื้องและไก่ซึ่งมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทวีปนี้

 

ผลสำรวจอาหารสัตว์โลกจากออลเทคประจำปี 2562 ในแต่ละสปีชี่ส์:

  • อุตสาหกรรมไก่  :  พบการเติบโตหลักๆ ในพื้นที่ทวีปต่างๆ เช่น ยุโรป, ละตินอเมริกาและเอเชียแปซิฟิก  ในยุโรปนั้น ประเทศโปแลนด์และอุซเบกิสถานต่างมีการเติบโตที่เพิ่มขึ้นประมาณ 200,000 ตัน  ส่วนทวีปละตินอเมริกาพบการเพิ่มขึ้นในประเทศโคลัมเบีย, เปรู, บราซิลและเม็กซิโก  สำหรับทวีปเอเชียแปซิฟิก  พบว่าประเทศเกาหลีใต้, อินเดียและอินโดนีเซียมีการเติบโตเพิ่มขึ้นหลายร้อยตัน  ทวีปอมริกาเหนือโดยรวมขยายขึ้นที่ 2% ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ทวีปแอฟริกานั้นพบการลดลงเพียงเล็กน้อยเนื่องมาจากการลดลงในประเทศอียิปต์และเซเชลส์
     
    การผลิตไก่เนื้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ 3% ในปี 2561 และมีการเติบโตในทุกทวีป ยกเว้นทวีปละตินอเมริกาที่มีการลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ทวีปแอฟริกาขยายขึ้นถึง 9% สะท้อนให้เห็นจากจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้นและมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความต้องการโปรตีนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเนื้อไก่ที่มีรสชาติเป็นที่ชื่นชอบ

 

  • อุตสาหกรรมสุกร  :  บว่ามีการเติบโตเกือบ 1% ในปี 2561 ประเทศหลักๆ ที่ผลิตอาหารสุกรได้แก่ ทวีปเอเชียแปซิฟิก แต่กลับเป็นทวีปที่มีการลดลงของการผลิตอาหารสุกรด้วยเช่นกัน ได้แก่ ประเทศมองโกเลีย, เวียดนาม, จีน, นิวซีแลนด์และญี่ปุ่น พบว่ายุโรปเป็นประเทศที่มีการเติบโตมากที่สุดประมาณ 2.2 ล้านตัน  ประเทศรัสเซียและสเปนนับเป็นประเทศหลักในการขยายตัว  ตามมาด้วยประเทศฟินแลนด์, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศสและโปแลนด์ที่มีส่วนเล็กน้อย  ทวีปละตินอเมริกาถือเป็นทวีปที่มีการเติบโตของอาหารสุกรมากที่สุดถึง 5% โดยเฉพาะประเทศเม็กซิโกและอาร์เจนตินา

 

  • อุตสาหกรรมโคนม  :  พบการเติบโตในทวีปอเมริกาเหนือ, ยุโรปและแอฟริกา  ในขณะที่ละตินอเมริกาค่อนข้างคงที่  ส่วนทวีปยุโรปนั้นนับเป็นประเทศผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมการผลิตโคนม โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ 4% โดยมีการเติบโตมากที่สุดที่ประเทศตุรกีที่ 10% ในขณะที่ประเทศไอร์แลนด์, รัสเซียและอังกฤษมีส่วนช่วยในการเติบโตของตลาดในลำดับถัดมา ส่วนการขยายของตลาดที่ทวีปแอฟริกานั้นหลักๆ เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตในประเทศโมรอคโคและไนจีเรีย

 

  • อุตสาหกรรมโคเนื้อ  :  เป็นที่แน่นอนว่าทวีปอเมริกาเหนือยังคงเป็นผู้นำการผลิตอาหารโคเนื้ออย่างต่อเนื่องและโตขึ้นจากปี 2561 ถึง 3% ทวีปยุโรปพบการลดลงเพียงเล็กน้อยที่เกือบ 1% และยังคงเป็นอันดับที่ 2 ของอุตสาหกรรมนี้  ทวีปละตินอเมริกามีการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดที่ประมาณ 8% ซึ่งเป็นผลมาจากประเทศเม็กซิโกและอาร์เจนตินา และเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ในอุตสาหกรรมนี้  ข้ามมาที่ทวีปเอเชียแปซิฟิก พบว่าประเทศจีนและออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีการเติบโตของตลาดอาหารโคเนื้อในภูมิภาคนี้ แต่ไม่สามารถครอบคลุมในส่วนของตลาดอื่นๆ ที่ลดลงได้หมด เช่น ประเทศบังกลาเทศ, มองโกเลีย, อินโดนีเซีย, ไต้หวัน, เวียดนามและปากีสถาน

 

  • อุตสาหกรรมสัตว์น้ำ  :  ภาพรวมของอาหารสัตว์น้ำนั้นโตขึ้นที่ 4% จากปีที่แล้ว  เป็นผลหลักๆ มาจากการเติบโตอย่างเด่นชัดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เป็นผู้นำด้านสัตว์น้ำนั้นเอง ทั้งนี้ผลผลิตของประเทศเวียดนาม, อินเดียและอินโดนีเซียรวมกันทำให้มีการผลิตอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นอีก 1,58 ล้านตันในทวีปนี้ ประเทศจีนซึ่งเป็นผู้นำในทวีปนี้ก็มีการเติบโตเพิ่มขึ้นที่ 1% จากปีที่แล้ว  ส่วนทวีปยุโรปมีทั้งประเทศที่มีการเติบโตอย่างเด่นชัดและประเทศที่การเติบโตคงที่ ในส่วนของประเทศที่มีการเติบโตชัดเจนได้แก่ ประเทศนอร์เวย์และตุรกีที่ประเทศละ 7% รวมไปถึงสเปนที่เพิ่มขึ้นถึง 31% สำหรับทวีปอื่นๆ นั้นยังไม่ค่อยมีการเติบโตเท่าไรนัก หรือเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 1% เท่านั้น

 

  • อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง  :  พบว่ามีการเติบโตของตลาดที่ประมาณ 1% หลักๆ มาจากทวีปเอเชียแปซิฟิก โดยสามารถครอบคลุมในตลาดของทวีปอื่นๆ ที่ลดลงได้ เช่น ทวีปละตินอเมริกาและทวีปแอฟริกา  ทวีปอเมริกาเหนือและตะวันออกกลางยังไม่มีการเติบโตนัก  จากผลการสำรวจก่อนหน้านี้พบว่าทวีปยุโรปเป็นทวีปที่มีการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับต้นๆ ของโลก แต่หลังจากการประเมินตัวเลขในปี 2560 ทำให้พบว่าการโตของตลาดเพิ่มขึ้นเพียง 2% ทำให้ทวีปยุโรปกลายเป็นอันดับที่ 2 รองจากทวีปอเมริกาเหนือ  โดยที่ทวีปยุโรปมีการผลิตโดยประมาณในปี 2561 ที่ 8.6 ล้านตันโดยรวมหรือน้อยกว่าที่ทวีปอเมริกาเหนือผลิตที่ 200,000 ตัน  ส่วนทวีปแอฟริกาพบการลดลงเพียงเล็กน้อยในการผลิต แต่ปริมาณการผลิตก็ยังนับว่าเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับผู้ผลิตหลักๆ ในทวีปอื่นๆ  สำหรับทวีปละตินอเมริกาพบว่าการผลิตลดลง 5% เนื่องมาจากผลผลิตที่ลดลงจากหลากหลายประเทศรวมทั้งประเทศชิลี, เวเนซูเอลา, เอล ซาวาดอร์, โคลอมเบีย, อาร์เจนตินาและเอกวาดอร์

 

 

หากท่านต้องการรายละเอียดข้อมูลเชิงลึกของผลสำรวจการผลิตอาหารสัตว์ทั่วโลกจากออลเทคประจำปี 2562 (2019 Alltech Global Feed Survey) รวมทั้งหนังสือสรุป, แผนที่โลกและวีดีโอบันทึกการนำเสนอผลการสำรวจโดย ดร. มาร์ค ไลออนส์ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ alltechfeedsurvey.com